|
หนู
คือ ศัตรูพืชที่สำคัญชนิดหนึ่ง สามารถทำลายพืชผลของเกษตรกรได้เป็นจำนวนมหาศาล
ผลผลิตที่ได้รับจึงมักจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แล้วท่านจะปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกระนั้นหรือ
? มาซิ........ มาช่วยกันป้องกัน และกำจัดหนูศัตรูร้ายให้หมดสิ้นไป
หนูมีกี่ชนิด
หนูที่พบในไร่นาหรือใกล้นามักจะเรียกว่า
หนูนา มีอยู่ด้วยกัน 6 ชนิด คือ
- หนูพุกใหญ่
- หนูพุกเล็ก
- หนูท้องขาว
- หนูสวน
- หนูหริ่งหางยาว
- หนูหริ่งหางสั้น
การขยายพันธุ์
หนูจะขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
เฉลี่ยอายุ 2-3 เดือนก็สามารถผสมพันธุ์ได้ ปีหนึ่ง ๆ ตกลูกได้
4-6 ครอก ๆ หนึ่งประมาณ 6-10 ตัว
ที่อยู่อาศัย และอาหาร
หนูมักจะขุดรูอยู่ใต้ดิน
หรือหลบอาศัยอยู่ตามบริเวณพื้นที่รก ๆ หรือแหล่งที่มีอาหารมาก
ๆ และหนูจะกินอาหารมาก ๆ โดยหนูจะกินอาหารไม่เลือก ปริมาณที่กินเข้าไปเท่ากับ
1 ใน 10 เท่าของน้ำหนักตัว ต่อวัน และฟันแทะของหนูจะยาวปีละ
6-9 นิ้ว มันจึงจำเป็นต้องแทะเพื่อไม่ให้ฟันยาวเกินไป
ร่องรอยของหนู
เมื่อหนูออกกินอาหารที่เป็นพืชผลของเกษตรกรแล้ว
มักจะทิ้งร่องรอยการทำลายไว้ให้สังเกตได้โดยง่าย เช่น รอยเท้า
ทางเดิน มูลที่ตกหล่น ซากพืชที่ถูกทำลาย
การสำรวจร่องรอย
เกษตรกรจะต้องหมั่นสำรวจแปลงไร่นาเสมอ
ๆ เพื่อจะได้ทราบแหล่งที่อยู่อาศัย และหากพบร่องรอยการทำลายพืชของหนูแล้ว
ควรจะรีบป้องกันและกำจัดโดยเร็ว
| การป้องกัน
และกำจัดหนูอย่างไรให้ได้ผลดี |
|
1. การป้องกัน และกำจัดโดยใช้ยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์เร็ว
โดยใช้ยาเบื่อหนูซิงค์ฟอสไฟด์
80% (ผงสีดา) ผสมกับเหยื่อปลายข้าว หรือข้าวโพดป่นในอัตราส่วน
1/100 โดยน้ำหนัก จะห่อด้วยใบตอง ห่อละ 1 ช้อนแกง หรือจะวางจุดละ
1 ช้อนแกงแล้วคลุมด้วยแกลบเพื่อป้องกันความชื้น โดยนำเหยื่อไปวางตามทางเดิน
หรือร่องรอยที่สำรวจพบ เป็นจุด ๆ ละ 1 ห่อ หรือ 1 ช้อนแกง ทุกระยะ
5-15 เมตร เมื่อหนูมากินเหยื่อนี้จะตายภายใน 24 ชั่วโมง
ข้อสังเกตุ
การใช้ยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์เร็ว
ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ขอแนะนำให้ใช้กำจัดหนูในหน้าแล้ง
หรือก่อนเตรียมการเพาะปลูก และควรใช้เพียง 1 ครั้ง ก็จะสามารถกำจัดหนูได้ทั่วถึงอย่างรวดเร็ว
เป็นการลดปริมาณหนูให้น้อยลง ถ้าใช้มากกว่า 1 ครั้งจะทำให้หนูเกิดการเข็ดขยาดต่อเหยื่อพิษชนิดนี้
2. การใช้ยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์ช้า
เช่น
ใช้เหยื่อสำเร็จรูปแบบซอง หรือแบบก้อนขี้ผึ้ง เช่น ราคูมิน โบรไดฟาคูม
โปรมาดิโอโลน ฟลอคูมาเฟน หรือยาหมันแอลฟลาคลอโรไฮดริน ให้วางไร่ละ
20 ซอง หรือ 20 ก้อน ตามคันนาหรือตามร่องรอยของหนู ห่างกันซอง/ก้อนละ
5-10 เมตร เมื่อหนูมากินเหยื่อนี้จะตายภายใน 2-8 วัน การวางยาเบื่อหนูชนิดนี้
ควรวางเดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3 ครั้ง
3. การป้องกันและกำจัดด้วยวิธีเขตกรรม
เช่น
การถางหญ้าหรือจุดไฟเผาบริเวณแหล่งที่อยู่อาศัยของหนู หรือใช้วิธีกล
เช่น การขุดทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย วางกับดัก และการล้อมตี
| การใช้ยาเบื่อหนู
และข้อปฏิบัติในการใช้ยาเบื่อหนู |
|
1. ห้ามใช้ยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์เร็วผสมกับยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์ช้า
แล้วผสมกับเหยื่อโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนูเข็ดยาทั้งสองชนิด
เป็นปัญหาที่จะต้องหาตัวยาใหม่มาใช้ในภายหลัง
2. ห้ามนำยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์เร็วมาใส่ในภาชนะใส่เหยื่อ
เพราะจะทำให้หนูเข็ดยา เข็ดที่ใส่เหยื่อ แล้วไม่ยอมกินเหยื่อ
3. การผสมยาเบื่อหนู จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในสลากยา หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล
(เกษตรตำบล เช่น ถ้าผสมยาประเภทออกฤทธิ์ช้ามากเกินไปจะทำให้หนูเข็ดไม่ยอมกินยาอีก
หรือถ้าผสมน้อยเกินไปหนูกินยาจะไม่ตาย และเกิดความต้านทานยาในภายหลัง
4. การใช้ยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์ช้า ควรเตรียมยาเบื่อหนูให้พอใช้ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก
5. การใช้ยาเบื่อหนู จะต้องวางเหยื่อพิษในที่ใส่เหยื่อเสมอ เพราะถ้าวางกับพื้นดิน
ยาเบื่อหนูจะเกิดความชื้น และเสื่อมคุณภาพ ทำให้เสียเวลา และสิ้นเปลืองแรงงานโดยเปล่าประโยชน์
6. ควรสวมใส่เครื่องป้องกันร่างกายทุกครั้งที่ใช้ยาเบื่อหนู
7. ควรถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ซัก และอาบน้ำ ก่อนรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ
8. ภาชนะใส่ยาเบื่อหนูควรมีสลากติดครบถ้วนและเก็บภาชนะไว้ในที่เก็บยาเบื่อหนูโดยเฉพาะ
และมีอากาศถ่ายเทได้ดี
1. เมื่อมีอาการผิดปกติทางร่างกายที่เกิดจากการใช้ยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์เร็ว
ควรเอานิ้วมือสะอาดล้วงคอให้อาเจียน หรือดื่มน้ำเกลือเข้มข้น
หากอาการยังไม่ทุเลาให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
2. เมื่อมีอาการผิดปกติทางร่างกายจากยาเบื่อหนูประเภทออกฤทธิ์ช้า
สังเกตได้จากจะมีเลือดไหลซึมหรือไหลไม่หยุดออกตามผิวหนัง หู
ปาก ตา จมูก ควรบำบัดอาการเบื้องต้นด้วยการกินยาวิตามินเค จะทำให้เลือดแข็งตัว
หากอาการยังไม่ทุเลาให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
|